[BT]Loop

posted on 08 Oct 2009 03:23 by loukmhee  in Blodwen

 

 ตีตราเปรี๊ยง...เอนทรี่นี้เป็น่สวนหนึ่งของ

 

 

       ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา ผมมักนั่งนึกถึงเรื่องที่ทำเมื่อวานก่อนสัก สามนาทีระหว่างที่กลิ้งๆ อยู่บนเตียงจากนั้นใช้เวลาอีกสามนาทีในการปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อไปออกกกำลังกายยามเช้าและระหว่างนั้นก็คิดถึงสิ่งที่จะทำในวันนี้

       จากนั้นนำผลที่ได้จากสามนาทีแรกบนเตียงกับสามนาทีหลังก่อนออกจากห้องมาเปรียบเทียบกัน พบว่าโครงสร้างทางกิจกรรมไม่มีความแตกต่างกัน - เลย - แม้ - แต่ - นิด - เดียว

 

       ที่จริงการที่มันเป็นแบบนั้นก็น่าจะดีตอสุขภาพจิตและระบบประสาทของมนุษย์ในแง่ที่ว่าไม่ต้องประสบภาวะความตึงเครียดสะสมจากการรับมือกับปัญหาสารพันและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลาแบบที่เมื่อก่อนผมต้อง มานั่งฟังข่าวว่าควรหลีกเลี่ยงถนนเส้นใด วันไหนบ้างถ้าไม่อยากหงุดหงิดกับรถติดชนิดจอดทิ้งไว้แล้วเดินไปง่ายกว่า  แล้ววางแผนไปรับ-ส่ง เพชรอย่างรัดกุมเพื่อหลีกเลี่ยงมลพิษทางเสียงอีกทอดหนึ่ง  เป็นต้น

       แต่ช่วงนี้ผมกลับคิดถึงวันคืนแบบนั้น  พอไม่ต้อง ไปรับเพชร ไปส่งเพชร ไปซื้อของเป็นเพื่อนเพชร ไปเที่ยวกับเพชร ไปนั่งเฝ้าเพชรเวลาคุณเธอออกไปตื๊ดๆ ตามผับกับเพื่อนสาวของเธอ ไปช่วยแยกเพชรออกมาจากว่าที่คู่กรณีที่เจอกันตามผับในบางโอกาส  และอื่นๆ  ผมก็มีเวลามากขึ้น  ถึงขั้นมากจนเกินไปด้วยซ้ำแล้วสำหรับตอนนี้

       กลับมา ณ ปัจจุบัน พาสองขาวิ่งไปตามทางเส้นทางประจำที่ผมมักใช้วิ่งออกกำลังกายตอนเช้า  เป็นทางที่อ้อมออกไปทางที่จอดบอลลูน ทุ่งดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์เกินกว่าผมจะบอกได้ว่ามีอะไรบ้าง  สองสามอย่างที่รู้จักก็ไฮเดรนเยีย  คริต์มาส...อืมอันนี้ถ้าเป็นสีขาวเขาเรียกไวท์คริสต์มาส  เป็นการเอาคำบอกลักษณะมาเติมกันดื้อๆที่ก็อาจมีเหตุผลดี  แต่ผมรู้สึกว่ามันน่าจะมีชื่อที่สร้างสรรค์กว่านี้หน่อย แล้วก็อะไรสักอย่างที่แถวบ้านผมเรียกว่าแพงพวยฝรั่ง  ที่นี่อาจเรียกว่า Pan-Pauy  เฉยๆ ก็ได้มั้งแถวนี้มันอยู่ยุโรปนี่ก็ฝรั่งนั่นแหละนะ  พอคิดเรื่องนี้แล้วอดสงสัยต่อไปไม่ได้ว่า แล้วถ้าหากว่าพอดีมีฝรั่งไปได้ยินแถวบ้านผมเขาเรียกเจ้าต้นนี้ว่าแพงพวยฝรั่งล่ะ เขาจะเถียงหรือถามรึเปล่าว่า " เฮ้ ยูทำไมเรียกอย่างนั้นล่ะนี่น่ะมัน  Pan-Pauy  ไง  ไม่ใช่แพงพวยฝรั่งนะ"  

 

        ก่อนหน้านี้ถึงไหนแล้วนะครับ อ่อ...พอผ่านสารพัดดงดอกไม้แล้วก็จะถึงโรงพิมพ์  สุสาน โบสถ์ และทุ่งดอกเชอริลตามลำดับจนไปหยุดที่สวนสาธารณะ  ที่จริงการวิ่งออกไปทางชายทะเลก็ดีมากเลยทีเดียว เพียงแต่ที่ผมเลือกมาทางนี้แทนเพราะ ผมสามารถเดินเลียบชายทะเลได้ทุกเวลา (ถ้ามันไม่มีพายุ) ในหลากหลายโอกาส   แต่ผมรู้ว่าตัวเองจะไม่ผ่านเส้นทางนี้เด็ดขาดหากว่าเป็นเวลาหลังบ่ายสามโมงไปแล้ว  เพราะงั้นการใช้เส้นทางผ่านโบสถ์นี้ในตอนเช้าจึงเป็นตัวเลือกเดียวสำหรับผม  ที่ไม่อยากผ่านไม่ใช่อะไร แค่เพราะมันมีสุสานน่ะครับ  สุสานตอนเย็นๆมันไม่น่าอภิรมย์เลยใช่ไหมล่ะ??

 

      ว่าแล้วผมก็เร่งความเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อต้องผ่านสถานที่แห่งนี้  ทั้งที่ก็...อะแฮ่ม...รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เวลาที่ผ่าน เหมือนขนเล็กๆ ตามแนวสันหลังมันตั้งขึ้นมาพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ถึงแม้จะเป็นตอนเช้าก็เถอะ   และถึงจะผ่านมันทุกวันมาเป็นเดือนแล้วก็ยังไม่หายซะทีด้วย

 

       แล้วนายจะยังผ่านมาแถวนี้อีกทำไมล่ะ?  ผมเคยถามตัวเองแบบนี้เหมือนกันไม่ค่อยบ่อยแค่ทุกครั้งที่ผ่านแล้วเหตุการณ์เดิมๆ ก็เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาเท่านั้นเอง

 

       ไม่รู้สิผมรู้สึกว่าถนนแถบนี้มันคงเหงา รู้สึกว่าทำไมนายทำตัวแบบนั้นล่ะนิธาน เดินผ่านไปได้รอบเมืองแต่ไม่เดินผ่านมาทางนี้บ้างเลยนี่นายจะใจจืดใจดำไปรึเปล่า?

 

       ....เพราะคิดแบบนี้ผมก็เลยมามันทุกวัน...  

 

      ....เพราะว่างมากเกินไปรึเปล่าถึงคิดไปได้ถึงขั้นนั้น....

 

      ....ถ้าใช่ขออะไรให้ทำด่วนเลยดีกว่า.....

.
.
.

      "นายมาช้านะ"  เจ้าของเสียงที่ร้องทักผมเป็นชายร่างสูงโย่ง สูงที่สุดในเมืองเลยละมั้งผมว่า เอเดน ครูปิน เห็นแบบนี้แต่เป็นเจ้าของร้าน Jacky Winter อันโด่งดังในหมู่คนหนุ่มสาวของที่นี่ โด่งดังในหมู่สาวๆ ด้วยรสชาตินุ่มนวลของไอศกรีมเหล่านั้น และโด่งดังในหมู่หนุ่มๆ ว่าเป็นแหล่งอาหารตาชั้นดี ที่รวมตัวของสาวใสระดับ A class  หลากหลายสไตล์ให้เลือกบริโภค 

     "ผมไม่เห็นรู้ว่านัดกันไว้ แล้วต้องมาตรงเวลานี่" 

     "งั้นก็คิดซะว่า เมื่อกี้เป็นคำทักทายก็แล้วกัน เพราะ "อรุณสวัสดิ์"  น่าจะไม่เหมาะกับนายนะไอ้หนุ่ม"

     อย่างที่ผมบอกไม่ได้นัดกัน เอเดนชอบออกกำลังกาย และผมติดนิสัยต้องออกกำลังกายมาจากสมัยเรียนมัธยม ไปๆมาๆ นอกจากเจอกันตอนผมไปนั่งทานของหวานตาที่ร้านเขาแล้วก็มักจะเจอกันที่นี่

 

      "วอร์มก่อนสิ  หรือจะซ้อมเลยดี?"

       "อืม ขอสักสิบนาทีครับ"

       ยืดกล้ามเนื้อ ซิทอัพสามยก  วิดพื้นสี่ยก กับดึงข้ออีกสามยก  พูดถึงดึงข้อนี่ก็โชคดีที่วันนี้ไม่ต้องเริ่มวอร์มพร้อมกัน  ไม่งั้นจากอบอุ่บร่างการจะเป็นรายการดึงข้อคอนเทสต์เหมือนตอนแรกที่บังเอิญเจอกันที่นี่พอดี ตอนนั้นเอเดนยังเป็นเจ้าของร้านผู้พิทักษ์ลูกค้าสาวน้อยวัยใสขับไล่หนุ่มๆ ผู้คิดมิดีมิร้ายต่อลูกค้าของเขาออกไปจากร้านด้วยวิธีน่าขนลุก และผมยังเป็นหนึ่งในลูกค้าหนุ่มที่วิธีการ "ตัดตอน" อันน่าขนลุกของเขาใช้ไม่ได้ผล ข้อนี้ผมคิดว่าผลมันคงมาจากผมไม่ได้มีเจตนาจะทำมิดีมิร้ายอะไรพวกเธอสักหน่อย  แค่มองไม่เสียหายนี่นา....

       ตอนนั้นเหมือนอยู่ๆ ก็รู้สึกไม่อยากแพ้ขึ้นมา เพราะว่าหมั่นไส้อะไรกันก็ไม่รู้  จากที่ต่างคนต่างทำอะไรตามเรื่องตามราวของตัวเองไป  ไม่นานผมก็พบว่าผมกับเอเดนกำลังแข่งดึงข้อกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนนั้น เกิน 70 ครั้งไปแล้วด้วยผมจำแม่นโคตรเลยจริงๆ

       ‘นี่.. มันดู...ไร้สาระยังไงอยู่นะ นายว่าไหม' เป็นเอเดนที่เอ่ยปากขึ้นมาก่อน

      ‘ดูเหมือนจะ...เป็นหยั่งงั้นละครับ' ผมตอบโดยยังจับบาร์แน่นเช่นเดิม

      ‘พอซะที ดีไหม?'

       ‘เห็นด้วย'

       ตุ๊บ!!....หลังจากปล่อยมือจากบาร์ลงมานอนแผ่ที่พื้นกันทั้งคู่ แล้วอยู่ๆ ผมก็หัวเราะ  เขาก็หัวเราะเหมือนกัน  หลังจากนั้นไม่รู้ทำไม ผมกับเอเดนก็ขยับจากคนจ้องจะตัดตอน กับคนไม่ยอมโดนตัดตอน กลายเป็นคู่เรียกเหงื่อยามเช้าไปซะแล้ว
.
.
.

      "ที่นี่มีคนมากจากที่เดียวกับนายเยอะเลยนะ"

      "คุณรู้ได้ไง?"

      "ก็อย่าง.....เจ้าของโรงหนัง"  เจ้าตัวไหวไหล่พลางยกตัวอย่าง

      "อ่อ  คุณกร" ผมพยักหน้า  ผมไปดูหนังที่นั่นบ่อยๆ เหมือนกันและถึงจะเจอเขาไม่บ่อยเท่าจำนวนครั้งที่ไปดูหนัง แต่ก็ถือว่ารู้จักแหละน่า

      "ทำไมนายรู้จัก?"

      "ทำไมต้องไม่รู้จัก?"

      "ทำไมไม่รู้จักตอบดีๆ วะ"

      "ทำไมชอบคิดว่าผมไม่ตอบ ‘ดีๆ'ล่ะ"

      ผมพยายามเอี้ยวตัวหลบมือของเอเดนที่ยื่นมาขยี้หัวด้วยความเคยชินทั้งที่หนีไปก็ไม่พ้น ถึงการขยี้หัวด้วยความหมั่นไส้จะเรียกว่าทำให้รู้สึกดีไม่ได้ก็เถอะ  แต่มันก็ไม่ได้เจ็บอะไรนักหนา และถ้าผมวิ่งหนีพนันได้เลยว่าเขาวิ่งตามแน่ ผู้ชายตัวควายๆ สองคนวิ่งไล่จับกัน คิดยังไงก็ขนลุก เพราะงั้นก็อย่าเลยครับ

 

      ผมแยกกับเอเดนที่หน้าร้านของเขา  ดูเหมือนเอเดนต้องกลับไปละเลียดกาแฟ และขนมปังปิ้งง่ายๆ แต่พิถีพิถันของเขา  ส่วนผมมุ่งหน้าไปยังร้านของแคลร์ เนื่องจากผมยังคงความเป็นคนไทยแท้ๆ  ด้วยการเริ่มมื้อแรกของวันให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้เสมอ 

      "อ้าว คุณเซ็ง  ทานอะไรดีคะ ทานอะไรดี?"  ตอนนี้ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำมากว่าเป็นขาประจำที่ร้านของเธอ ถึงจะพลาดเดิมพันข้าวฟรีสามวันเมื่อคราวก่อนไป ทำให้ไม่ได้เพิ่มสถิติการเข้าร้านเป็นวันละ 5 ครั้งในช่วงสามวันนั้นก็เถอะ 

      Full English Breakfast กับเอสเปรสโซ่ดับเบิ้ลช๊อตเป็นอะไรที่ดีต่อการเริ่มวันใหม่มากครับ และอีกแล้วนี่ก็เป็นวงจรหนึ่งที่วนซ้ำไปซ้ำมาเมื่อผมเริ่มชีวิตที่นี่เหมือนกัน
.
.
.
     "คุณเซ็งค่ะ  กลางวันวันนี้ฉันจะเปลี่ยนเมนูใหม่ อย่าลืมแวะมานะคะ"  หญิงสาวเยี่ยมหน้าออกมาจากครัวตะโกนบอกที่ผมกำลังจะออกจากร้าน  แคลร์เปลี่ยนเมนูใหม่บ่อยๆ ครับ เป็นคนทำอาหารเพื่อทุกๆ คนจริงๆ 

     "ผมจะรอครับ"

 

        หลังจากนั้นเป็นช่วงชีวิตวัยเรียนธรรมดา  ถึงตรงนี้ชีวิตแล้วผมรู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อยเพราะกำลังได้ทำสิ่งที่คุ้นเคย แต่ระหว่างที่เรียนอยู่ผมก็รู้ว่าหลังจากเลิกเรียนแล้ววงจรชีวิตของผมจะวนไปแบบไหน  ไม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนก็กลับอพาร์ตเม้นต์...แบบที่กำลังทำอยู่นี่ ตอนเย็นผมจะเดินกลับจากทางห้องสมุด เดินเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ผ่านบ้านคุณยายใจดีที่ ทุกๆ คนเรียกเธอว่าแกรนด์ม่า  จนไปถึงอพาร์ตเม้นต์คุณเกลโดยสวัสดิภาพ...

 

        ไม่ใช่ว่าผมเบื่อที่นี่แทบขาดใจ  แล้วปรารถนาอะไรที่มันตื่นเต้นซะเต็มประดา พูดจริงๆแล้วผมมีชีวิตที่ใกล้เคียงกับอะไรที่เรียกว่าความสงบสุขมาก  แต่ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดที่ผิดทาง....

 

       ไม่สิ....น่าจะเรียกว่ามันว่างเปล่าละมั้ง  เหมือนมีส่วนที่ไม่สมประกอบอยู่ เป็นส่วนที่ไม่ใช่อะไรที่ปล่อยทิ้งไว้ก็ได้เพราะชีวิตคนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ มันไม่มีอยู่ในโลก  แต่ผมมองไม่เห็นน่ะว่ามันอะไร  ลองดูสิตามวงจรชีวิตที่เรียบง่ายแต่ก็ครบถ้วนดีแล้วแบบนี้ผมยังต้องการอะไรอีกงั้นเหรอ??? 

 

       ก็ไม่รู้ไง...ไม่งั้นไม่มานั่งฟุ้งซ่านอะไรแบบนี้หรอก ผมก็มีเพื่อน มีสังคมทั้งในมหาลัย และในเมือง  ผมมีที่ซุกหัวนอน  มีเงินให้ใช้  .....แล้วยังจะมีอะไรขาดไปอีก แปลกดีเขาบอกว่ามนุษย์ต้องการแค่ปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตเราก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ...ว่าแต่เขาไหนใครกัน?  ถ้าเจอตัวผมจะได้ปรึกษาเสียหน่อยว่าผมก็มีครบตามที่คุณบอกแล้ว แต่ผมรู้สึกผิดปกติน่ะครับ  ผมควรไปพบจิตแพทย์รึเปล่า....

 

       ผมเห็นไกลๆ ว่าคุณเกลเดินอยู่แถวๆ หน้าอพาร์ตเม้นต์ มีหนูตะเภาด้วยใจจริงอยากรีบเดินเพื่อไปเล่นกับเจ้าหมายักษ์ แต่คิดแล้วคงไม่ทันเพราะทั้งคู่กำลังจะเดินเข้าไปทางบ้านคุณทัตสึมิ  คงต้องคลาดกับหนูตะเภาอีกแล้วล่ะผมน่ะ  คิดอีกทีนี่อาจเป็นการจุดเล็กๆที่ทำให้วงจรชีวิตผมไม่เหมือนเดิม  เมื่อเช้าผมเพิ่งคิดถึงอะไรที่มันต่างไปจากเดิมเองนี่  นี่ไงเล่านิธาน  นายต้องเอาเวลาที่เหลือมากไป  ไปหาวิธีที่จะทำให้นายได้เล่นกับหนูตะเภามากเท่ากับเมื่อก่อนแล้วนะ 

 

       เฮ่อ  มองโลกในแง่ดีไงเล่านิธาน.....เดี๋ยววันนี้นายจะได้เพิ่มกระบวนการทางความคิดเพิ่มอีกอย่างแล้วดีใจไหมนั่น....

.

.

.

.

.........

 

 ...นิธานคะกำลังเป็นโรคอะไรไม่รู้ ไร้สาระและฟุ้งซ่านมากจากที่ปกติก็ฟุ้งซ่านคิดอะไรไปเรื่อยอยู่แล้ว..น่ะนะ  จะมีใครเข้าใจมันไหมคะเนี่ย?

...**เพชรคนนี้เป็นญาติสาว (ขาว อวบ) ของเซ็งมันค่ะ  คนที่เกิดมาเพื่อเป็นที่รักและถูกตามใจอย่างแท้จริง ชีวิตประจำวันของเซ็งตอนอยู่เมืองไทย เป็นอย่างข้างบนเลยจะทำอะไรก็ต้องคิดถึงเพชรก่อน... ไม่รู้ว่าทนมาได้อย่างไร?

...เอนทรี่ที่แล้วดีใจที่ชอบ แล้วจะทำอีก...(จะดี?)

...ขอบคุณเอเดน แคลร์ และคุณเกลกับหนูตะเภา ที่มาร่วมลูป...

แถม...นี่คือรูป Full English breakfastที่นิธานกินมันทุกวัน

แบบเนี๊ยแต่เพิ่มไส้กรอก เบคอน มะเขือเทศ กับไข่อีกอย่างละหนึ่ง.... ดูมันกิน - -"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

'และถ้าผมวิ่งหนีพนันได้เลยว่าเขาวิ่งตามแน่ ผู้ชายตัวควายๆ สองคนวิ่งไล่จับกัน'
...

เดิ้น : จับเขาให้ได้สิตัวเองงงง >3< *ตีตูดแปะๆแล้ววิ่งไปอย่างเริงร่า ดอกไม้ผุดขึ้นที่หัว อุฮิ*
นิธาน : *วิ่งตามมาแบบสโลโมชั่น* รอเค้าด้วยยยซี้ >[]< *ถอดรองเท้าปาหัวเด่น*

กร๊ากกก โอย ตอนอ่านแอบคิดต่อไปแล้วในมิติที่ 5 ฮาๆๆ นิธานดูเป็นคนคิดอะไรแบบมีระบบมากกว่าที่คิดไว้แฮะ - -+ นอกจากจะแว่นแล้วแอบเนิร์ดนี่... แม่เดิ้นชอบบบ *ตรงเข้าไปปลุกปล้ำ*

#1 By Aiden on 2009-10-08 14:05

^
^
นั่นมันอะไร้~~~ อ่านแล้วแอบ.."หนังอินเดียอ่ะ"

เนิร์ดรึ...แอบเนิร์ด กลับขึ้นไปอ่านแล้วรู้สึกว่าอาจจะจริง...แต่ไม่เนิร์ดบ่อยๆ หรอกนะ ไม่หรอก...

แม่มันไม่อยากให้เนิร์ด...

#2 By akua on 2009-10-08 14:25

หนังอินเดีย...
เอ๊ะสงสัยต้องเปลี่ยนโลเคชั่นไปซ่อนหลังต้นไม้ ส่าหรีปลิวซะแล้ว -3- *ขยับคอยึกๆๆๆ*

#3 By Aiden on 2009-10-08 14:52

น่าสนใจนะ ถ้าเดิ้นกับนิธานจะวิ่งกันไป ร้องเพลงจีบกันไป วนรอบบลอดเวนสักสามสี่รอบ 555+ (อย่าลืมไปแอบหลังต้นไม้ด้วยนะเดิ้น)
อ้ะ เข้าส่วนคอมเมนต์จริงๆ ดีกว่า
XD

โอ๊ย นิธานเอ๊ย อ่านแล้วหมั่นไส้เล็กๆ ตอนตอบคำถามเดิ้น แอบกวนเหมือนกันนะเรา

ถ้านายอยากให้อะไรในชีวิตมันไม่วนลูป หรืออยากตามเกลให้ทันนะ ก็วิ่งหน่อยสิ วิ่งๆ เข้้า ไม่ใช่แค่รีบเดิน เจอเกลครั้งหน้าก็ตะโกนเรียกเลย ขอให้เขาเต้นระบำบอลลีวูดวิ่งรอบเมือง...เอ๊ย...ไม่ใช่แล้ว

เอาเป็นว่า เดี๋ยวมันก็เกิดความแตกต่างเองแหละ 555+

#4 By อีฟ on 2009-10-08 20:47

#3 *เปลี่ยนจากรองเท้าเป็น กริชขนาดเหมาะมือ*เอเดน*วิ่งตามเด่นไปหลังต้นไม้*

#4 อ่า นิธานถูกจับได้ซะแล้วว่าชอบกวนคนอื่น... ขอให้นิธานได้มีอะไรแตกต่างเข้ามาในชีวิตแบบที่บอก ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

#5 By akua on 2009-10-20 21:48