แปะป้ายค่ะเอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

    มันต่อมาจาก โปสการ์ดจากเมืองไทย  นิดหน่อยนะคะ ...ที่จริงก็ไม่หน่อยนะ แต่...ก็นะ...อ่านอันนี้ไปเลยก็ได้ ไม่ต้องไปแคร์สื่อค่ะ....  ชื่อเอนทรี่มันไม่ค่อยสัมพันธ์กับเนื้อเรื่องเท่าไหร่นะหมีว่าแต่มองข้ามมันไปเถอะนะ...

.

.

...

"โหย พี่เซ็งเถียงกันมันหยด  พีแอบฟังอยู่ยังแทบลุกขึ้นตบมือให้พี่พิชญ์ ทีแรกพีก็ว่าพี่พิชญ์เถียงพี่เพชรไปก็เสียเวลาเปล่า เค้าก็ชนะทุกทีแหละ แต่คราวนี้ดิ พอพี่พิชญ์บอกว่า 'เพชรจะเจ้ากี้เจ้าการกับเซ็งมันมากไปแล้ว  มันไม่เคยบ่นเลยได้ใจ จะให้มันทำตามที่เพชรอยากได้ทุกอย่างเลยเหรอ รู้ไหมถ้าไม่ได้เป็นญาติกัน ไม่มีใครเขามานั่งทนเธอร๊อก' โอ้โห  จริงๆ พี่พิชญ์แกก็โหดเนอะ พี่ว่ามะ"

ผมยืนฟังคนที่ปลายสายบอกเล่าเหตุการณ์อย่างละเอียดละออ  ปะปนกับความเห็นส่วนตัวพร้อมบทวิจารณ์เป็นระยะๆ

"แล้วไงอีก"

"อ่า อันนี้ก็แบบว่านะ พี่เพชรร้องไห้เลยอ่ะพี่  ไม่รู้ว่าอะไรมันจะกระแทกใจกันปานน๊านนน " เด็กหนุ่มเน้นเสียงสูง ยาวเป็นพิเศษจะว่าสงสัยก็ไม่ใช่ จะประชดก็ไม่เชิง

"เพชรน่ะนะ?"น้องชายผมตาฝาดรึเปล่านะ?

"อ้าว จริงเด้ พีเคยโกหกพกนุ่นอะไรที่ไหน๊  นี่ช่วงนี้คุณเธอก็หงอยๆ อย่างบอกไม่ถูก  พี่เพชรเขาอกหักสะสมอะไรป่าวพี่เซ็ง  แต่เขาออกอาการได้เว่อร์มาก  หรือจะเป็นแผนแบบว่าให้พี่พิชญ์โดนตากับยายดุทีหลังก็ไม่รู้  แต่ทุกวันนี้พี่พิชญ์ก็ยังอยู่ดีนา" หลังๆคนพูดเริ่มออกแนวคุยกับตัวเองมากกว่า แต่ในที่สุดก็สรุปสถานการณ์ต่อ

"พี่พิชญ์นี่ก็นะ  ตั้งแต่วันนั้นก็อารมณ์ดีเว่อร์ๆ"

"ไม่ดีรึไงพี่พิชญ์ อารมณ์ดีแล้วแจกเงินนี่"

"นั่นล่ะส่วนที่ดีที่สุดของเรื่องเลยพี่เซ็ง  อ้าว พี่พิชญ์คุยเสร็จแล้วเหรอ.....ยังอยู่...ให้พีคุยก่อนแป็บดิ....โอ๊ย ก็ได้...พี่เซ็ง พี่พิชญ์มาละ พีไปแล้วนะ หวัดดีครับ"

พี่หันมาลาผมแล้วส่งโทรศัพท์ให้พี่พิชญ์ที่ตอนแรกออกไปคุยงานเลยให้เจ้าพีมาคุยกับผมแทนก่อน

"ไอ้เซ็ง ทำไมเอ็งเพิ่งโทรมาห่ะ" ไหนบอกว่าพี่พิชญ์อารมณ์ดีไงพี  ทำไมพี่ได้ยินเสียงคนอารมณ์บูดดังมาจากปลายสายละ...

"พอดีมีคนส่งข่าวมาบอกไม่ให้โทรกลับบ้านน่ะครับ"

"อย่ามาพาซื่อแถวนี้ เดี๋ยวจะโดน"

ผมหัวเราะน้อยๆกับคำขู่ของพี่พิชญ์ ซึ่งเวลาผมทำแบบนี้ที่บ้านจะต้องถอยหลังออกจากตำแหน่งเดิมสองสามก้าวด้วย แต่ตอนนี้ไม่ต้อง

         ผมกำลังอยู่ที่เมืองข้างๆ กับบลอดเวนน่ะครับ ทำไมถึงมาที่นี่น่ะหรอครับ?  ด้วยเหตุผลง่ายๆ ผมมีของที่อยากได้แต่ไม่อยากฝากความหวังไว้ที่ร้านค้าต่างๆ ภายในเมือง  ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันทำลายสุขภาพจิตครับ ถึงจะเป็นแค่ความหวังในเรื่องเล็กๆ ก็เถอะ และเมืองนี้มีทุกอย่างที่บลอดเวนไม่มี  ตู้โทรศัพท์สาธารณะข้ามประเทศก็เป็นอย่างหนึ่งที่ที่นี่มี

         แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะตั้งใจจะมาซื้อของเฉยๆ  เพราะของที่ผมจะซื้อนั้น จะว่าจำเป็นก็ไม่เชิง ไม่ใช่ว่าไม่ซื้อแล้วจะตาย รอหน่อยก็ได้  ที่ผมรีบมาที่นี่หลักๆ เลยมาจากจดหมายฉบับสั้นกุดจากเพชรวลี ผู้หญิงที่ลุกขึ้นประกาศตัวว่า "ผู้หญิงที่รู้จักเซ็งดีที่สุดก็คือเพชร ต่อให้เซ็งมีเมียก็สู้เพชรไม่ได้หรอก" ตอนที่ได้ยินผมดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เรานับได้ว่าเป็นญาติสนิทที่แต่งงานกันไม่ได้  ใจความในจดหมายทำเอาผมคิดว่าเพชรกำลังถูกอะไรบางอย่างเข้าสิง หรือไม่ก็อาจโดนล้างสมองไปแล้วก็ได้

 

                เซ็ง

                                สบายดีรึเปล่า?  เพชรติดต่อเซ็งไม่ได้เลย เรียนหนักรึเปล่า?  เพชรโทรหาเซ็งไม่ติดน่ะค่ะ  แต่ถ้าเซ็งไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ   แต่ถ้ายังไงก็ติดต่อเพชรบ้างนะ  แต่ถ้าเซ็งจะลำบากก็ไม่เป็นไรนะ  แค่นี้ละเซ็ง

                                                                                                เพชรรักเซ็งนะ

 

               เพชรกับพี่พิชญ์เป็นพี่น้องกันครับ นอกจากจะต่างกันตรงที่เป็นผู้ชายกับผู้หญิงแล้วความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งคือเพชรเป็นคนเยอะๆ น่ะครับ เยอะมาก เพชรพูดเยอะ  เขียนเยอะ(ถึงจะเนื้อหาซ้ำไปซ้ำมาบ้างก็เถอะ) เรื่องเยอะ  ถ้าพี่พิชญ์ได้รางวัลย่อความ เพชรต้องได้รางวัลขยายความแน่ๆ  คือถ้ามันจะมีน่ะนะครับ  เอาแค่ประเด็นเรื่องเขียนจดหมาย ผมไม่เคยเห็นเพชรเขียนอะไรสั้นๆ แบบนี้มาก่อน นอกจากนั้นตลอดเวลาที่อยู่เคยกันมาถ้าเพชรติดต่อผมไม่ได้สิ่งที่จะทำไม่ใช่การรอคอย  แต่เพชรจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าผมจะละทิ้งทุกอย่างมาเพื่อเพชรก่อนเสมอ  อธิบายคร่าวๆ แค่นี้แล้วกันครับ แต่คิดว่าคงเข้าใจความวิตกของผมเมื่ออ่านจดหมายจบได้นะครับ

 

"เพชรแปลกๆ รึเปล่าพี่"

"เอ็งรู้ได้ไงว่ามันแปลก"

หลังจากผมเล่าเรื่องจดหมายของเพชรให้พี่พิชญ์ฟัง  อีกฝ่ายก็แค่นเสียงเฮอะในลำคอ

"เพชรมันคงเกิดรู้ผิดชอบชั่วดี ว่ามันยุ่งวุ่นวายกับเอ็งมากไปแล้วละมั้ง? ตอนนี้สงสัยกำลังกลัวว่าจริงๆแล้วจะรู้ว่าเอ็งเกลียดมันมาตลอดอะไรแบบนั้นล่ะ  ปล่อยมันไปเหอะ ให้มันสำนึกบ้างก็ดีว่านิสัยมันเหลือจะทน"

"ผมไม่ได้เกลียดเพชร"

"กุรู้หรอกไอ้นี่นี่ ไม่ได้หมายความว่างั้น แต่ถามจริงเอ็งไม่รู้สึกอะไรบ้างรึไง โดนเพชรมันใช้ยังกับวัวควาย สนตะพายเอ็งไว้กับตัวตลอดอยู่อย่างนี้มาเป็นสิบปีน่ะห่ะ" ท่าทางคนที่ "รู้สึกอะไร" น่าจะเป็นพี่พิชญ์มากว่ามั้งน่ะผมว่า

"ก็ไม่นี่ เฉยๆ"

คำตอบของผมคงไม่เป็นที่พึงพอใจของคนถามเท่าไหร่ วัดได้จากเสียงถอนหายใจที่ดังมาจากปลายสาย

"เซ็ง บางทีนะ อย่างเช่นตอนเนี๊ย กุก็อยากเตะมึงสักสามสี่ที เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้นอีกนิด" โอ๊ะพี่พิชญ์ "มึง" ซะแล้วครับ ปกติแล้วเมื่อพี่พิชญ์แทนคนที่พูดด้วยด้วยคำนี้ หมายความว่าถ้ากวนโมโหพี่พิชญ์ตอนนี้จะเห็นปฏิกิริยาที่น่าสนุกมาก

"แหม งั้นก็ต้องขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่านละครับที่ช่วยให้ผมอยู่ที่นี่"นั่นรวมถึงผู้มีพระคุณที่คุยกับผมอยู่ตอนนี้ด้วยครับ

"เออ ยังจะกวนส้นกุอีกนะ"  ผมยิ้มกับสิ่งที่ได้ยินค่าที่ว่ามันเป็นไปตามที่คาด  แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าไม่เห็นหน้าพี่พิชญ์นี่ไม่สนุกเท่าที่ควรเลยจริงๆ ครับ เอาไว้ที่บลอดเวนมีอินเตอร์เนตแล้วหาทางคุยแบบเห็นหน้าค่าตากันก็คง...สนุกกว่านี้

"พี่พิชญ์ผมต้องวางแล้วนะ  เงินจะหมด" หลังจากยืนฟังอีกฝ่ายขู่อาฆาต โขกสับผมด้วยคำพูดไม่นานผมก็ต้องแจ้งข่าวร้ายให้อีกฝ่ายทราบ

"เอ็งก็โทรมาใหม่สิวะ"

"ใกล้เวลารถเมล์ออกแล้ว เดี๋ยวไม่ทัน"

"ก็กลับเที่ยวอื่นสิ อย่าโง่!!"

"มันมีเที่ยวเดียว  จะตัดแล้วนะพี่"

"ห้องเอ็งไม่มีโทรศัพท์รึไง"

"ยังไม่ได้ติด"

เสียงถอนใจแบบอดกลั้นอารมณ์นิดๆดังมาจากปลายสายก่อนพี่พิชญ์จะถามว่า "ไปอยู่เป็นเดือนๆ ทำไรอยู่วะเนี่ย"

ก็หลายอย่างครับ ตั้งแต่จัดของสามกระเป๋ายักษ์ให้เข้าที่เข้าทาง จัดการเรื่องเรียนให้เรียบร้อย และรีบทำตัวให้ชินกับเมืองไวๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ชินกับปฏิกิริยาของคุณเจ้าของอพาร์ตเม้นต์ อันนี้อย่างเดียวใช้เวลาเกือบเดือนผมถึงเลิกสะเทือนใจด้วยความคิดว่าคุณเกลอาจรังเกียจผมก็เป็นได้ แต่สุดท้ายผมก็เลือกคำตอบที่ง่ายที่สุด "ลืมครับ"

"น้องกุแต่ละคน ถุยชีวิตจริงๆ" แน่นอนว่าคนฟังคงอารมณ์เสียกับคำตอบนี้ที่สุดด้วยครับ

"อีกสิบวินะพี่  วันหลังผมโทรไปใหม่แล้วกัน" สิบ...เก้า...แปด....

"เซ็งเอ็งไปติดโทรศัพท์เลยนะเว้ย อีกสองวันไม่โทรมากุไม่โอนเงินให้นะ  เข้าใจที่พูดรึ.."

 .....ตื๊ดดดดดด......

"พี่พิชญ์หวัดดีครับ"

.....ผมกล่าวคำลาไล่ตามเสียงสัญญาณดังยาว รู้ว่าปลายสายคงไม่ได้ยิน แต่มันเป็นนิสัยน่ะครับ

.

.

.

        ผมมาถึงรถเมล์เพื่อกลับบลอดเวนก่อนเวลา 15 นาที หาที่นั่งริมหน้าต่างฝั่งไหนดีที่น่าจะโดนแดดสักหน่อย อากาศเริ่มเย็นแล้ว ผมไม่ชินเท่าไหร่ และหวังว่าการได้ผึ่งแดดบ้างจะช่วยได้ ระหว่างนั่งรอรถออกก็ค้นเอาหนังสือที่เพิ่งซื้อได้มาอ่าน มันเป็นหนังสือค่อนข้างเก่าน่ะ ผมหาจากร้านหนังสือในบลอดเวนไม่เจอเลยมาเดินท่อมๆ หาที่นี่แล้วก็เจอซะด้วย โชคดีเหมือนกันนะผมเนี่ย

        ผมเพิ่งเริ่มบทที่สองไปไม่ได้เท่าไหร่ตอนที่มาถึงป้ายรถเมล์บลอดเวน ผมหอบข้าวของที่ซื้อมาไว้ในอ้อมกอดแล้วเริ่มเดินกลับอพาร์ตเมนต์ เรื่องโทรศัพท์เอาไว้ก่อนก็ได้มั้ง เท่าที่ดูเงินในบัญชีผมยังเหลือไม่น้อย ไม่ภายในสองวันคงไม่เป็นไร แค่ได้เงินเพิ่มช้าไปหน่อยช่างมันเถอะ   ตกลงวันนี้ก็เป็นวงเวียนชีวิตที่เรียบง่ายดีอีกแล้วละนะ...ผมยิ้มขมขื่นเล็กน้อยกับความคิดนี้ของตัวเอง อดคิดไม่ได้ว่ามนุษย์อย่างผมนี่ช่างไม่เคยพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่เอาซะเลย

.

.

.

 

"กลับมานี้นะ เฮ้!!" เจ้าของเสียงตะโกนที่ดังขึ้นเบื้องหน้าผม คือชายหนุ่มร่างเล็กผู้มีผมสีทองไสวตัดสั้น ในอ้อมกอดเขาเต็มไปด้วยอะไรสักอย่างที่เป็นกลุ่มก้อนกลม  ปุกปุย ขยับดุ๊กดิ๊กๆ พยายามตะกายให้หลุดจากอ้อมแขนที่กักขังมันไว้  ที่ร้ายคือหนึ่งในเจ้ากลุ่มก้อนกลมๆ ที่ไม่ได้อยู่รวมกับเพื่อนๆ ของมันนั้น กำลังควบปุเลงๆ มาทางผมด้วย  ...ไม่ นะ..

 

"คุณครับ ช่วยจับเค้าไว้ให้ทีครับ"

 

ก็บอกว่าไม่ไงเล่า.....

 

...........TBC........

 

ป.ล.  ต้องตัดตอนจนได้  ว่าจะไม่แล้วเชียวนะแต่มันยาวเอง เดาได้ใช่ไหม?ว่าเซ็งเจอใครเข้า  .... จะรีบมาต่อโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ 

(อีกกี่อาทิตย์ละครับ?/เซ็งถาม)...เสียมารยาทกับฉันมากเลยนะเธอ - -" จะต้องเขียนถึงน้องพี่ พี่พิชญ์ และก็เพชรอีกเพราะชอบทั้งสามคนนี้จริงๆ แต่ละคนมันช่างรักเซ็งในแนวทางของตัวเองดีจริงๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เจอกลัซใช่ไหมคะ? กลัซ~!
(ทายผิดนี่หน้าแหกกระจุย)

.
.
.
อ่านแล้วชักติดใจพิชญ์ค่ะ ชอบวิธีพูด(?) จะรอติดตามตอนต่อไป

ปล.เกลไม่ได้รังเกียจอะไรเซ็งน้าาาาาาาา ว่างๆ มาเล่นตบแผละกับเกลได้นะคะ 555+

#1 By อีฟ on 2009-10-26 01:47

พี่อีฟ - (ขอเรียกแบบนี้นะคะ) อ่า พิชญ์ เพชร และก็พีน่ะมีแนวทางเป็นของตัวเองมากกว่าเซ็งเยอะค่ะ คนที่กำลังหลงทางไปเรื่อยมีแต่พ่อนิธานคนเดียวเท่านั้น orz


เ็ซ็งแค่ไม่คุ้นกับปฏิกิริยาของคุณเกลเฉยๆ ค่ะ ไม่เคยเจอผู้ชายที่คุยกันกี่ครั้งก็ยังเกร็งๆ ไม่หายเสียที เท่านั้นแหละค่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก

#2 By akua on 2009-10-26 02:19

คุณพี่พิชญ์นี่..... ต้องเป็นเคะแนวโวยวายๆแน่ๆ....ค่ะ...
^
^
/โดนคุณพี่พิชญ์ที่ว่าวิ่งมาตบ

ชอบตอนที่คุยโทรศัพท์กันจังเลย ( ฮา ) รู้สึกว่าคุณเซ็งนี่ดูเป้นคนง่ายๆฮาๆดีนะคะ 55555555 อูอาๆๆ ส่งจดหมายอีกเมื่อไหร่อย่าลืมเรียกใช้อีวาน-บุรุษไปรษณีย์ประจัเมืองนะครับผม ^^

#3 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2009-10-26 03:09

กร๊ากกก โถวเซ็ง ที่แท้นายก็แอบมีใจให้เกลสินะ ฮาๆๆๆ ดาร์กเนียนแต่แอบอ่อนไหวนะเนี่ย - -+ สะเทือนใจแบบแอบมีนัยยะสำคัญอะไรหรือเปล่า *แสยะ*

คิดเหมือนกับพี่อีฟเลย กลัซแน่! ฟันธง ไอ้ก้อนดุ๊กดิ๊กนั่น ฮาๆๆๆ รู้แล้วว่าตัวอะไร โถเซ็ง เขาว่ายิ่งหนีน่ะยิ่งหนีไม่พ้นนะ *เดิ้นยื่นก้อนดุ๊กดิ๊กเข้าหาเซ็ง หึหึหึหึหึหึหึ นายหนีมันไม่พ้นร้อกกก*

#4 By Aiden on 2009-10-26 09:14

ฮา ชอบทั้งสามคนจริงๆค่ะ
คือต่างคนก็น่ารักกันต่างแบบ
ชอบพีที่ดูร่าเริงแล้วดูเจือกๆเรื่องชาวบ้าน น่ารักดี
ชอบพี่พิชญ์มาก พี่แกดูซึนๆน่ารักมากเลย
"เซ็งเอ็งไปติดโทรศัพท์เลยนะเว้ย อีกสองวันไม่โทรมากุไม่โอนเงินให้นะ เข้าใจที่พูดรึ.."
เข้าใจหาเรื่องขู่ (ฮา) น่ารักดีค่ะ ชอบ
เพชรนี่รู้สึกว่ามาน่ารักเอาอีตอนเห็น จม. นี่แหละฮ่ะ (ฮ่าๆ)
คุณเธอคงจะจิตตกมากแหงๆเลย

ฮา ขำเม้นท์
เห็นด้วยกับคุ่นฮร่ะ พี่พิชญ์ต้องเป็นเคะขี้โวยแน่ๆ

/พี่พิชญ์วิ่งมาโบกกบาล

รออีกซัก 10 ปี พี่แกต้องเป็นหนึ่งในคนที่สายโอจิค่อนจะตามสโตรคแน่นอน(เราคนนึงล่ะค่ะ ฮ่าๆ)
ขำเมนท์ต่อมาอีก ดาร์คเนียนแต่แอบอ่อนไหวสิหนา (กร๊าก)

/เซ็งวิ่งมาอัด

#5 By Pupu Meteor on 2009-10-26 12:38

คุ่น-ต่อไปต้องลำบากคุณอีวานอีกเยอะแน่ ไม่เชื่อคอยดูdouble wink

แม่เดิ้น-เรื่องนัยยะสำคัญน่ะ มันไม่ใช่นะ(หมีแก้ตัวแทนลูกชาย เซ็งเธอก็ออกมาแก้ต่างหน่อยซี่/ดึงๆ)
เดิ้นจ้ะอย่าแช่งเซ็งเลยสงสารมันบ้างเถอะ *เซ็งวิ่งหนีก้อนในมือเดิ้นไปแล้ว*

พู่- อ่ะฮ้า อย่างที่ว่าว่าสามคนนั้นมีแนวทางเป็นของตัวเอง อย่างน้อยหมีก็สังหรณ์ว่าจะเป็นพวกบราคอนกันทั้งสามเลยล่ะ orz

อะไรกันทุกคนเห็นพี่พิชญ์เป็นเคะซึนเดเระไปซะแล้ว cry
แล้วเป็นงั้นจริงป่าวพิชญ์? (ไม่จริงซีเว้ย!!/พิชญ์)

#6 By akua on 2009-10-26 16:36